แนะนำหน่วยงาน

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 เป็นต้นมา ด้วยเหตุผลกล่าวคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองและรักษาประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต การแปรรูป และการตลาด ส่งเสริมให้เกษตรได้รับผลประโยชน์สูงสุด รวมถึงส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร เพื่อวางแผนเกษตรกรรมและรักษาผลประโยชน์ร่วมกับเกษตรกร เพื่อสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รัฐรักษาเสถียรภาพด้านราคาและความมั่งคงในอาชีพเกษตรกร เพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพชี้วัดของเกษตรให้ดีขึ้น ทำให้ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง และมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้านการปฏิบัติตามนโยบายเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืน ในอนาคต

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ประกอบด้วย สภาเกษตรกร 2 ระดับ คือ สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาเกษตรกรจังหวัด

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ประกอบด้วยสมาชิก ดังนี้
1. ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด เป็นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติโดยตำแหน่ง
2. เลือกจากตัวแทนองค์กรเกษตรกร ด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านประมง และด้านเกษตรกรรมอื่นๆ จำนวน 16 คน
3. เลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการเกษตร จำนวน 7 คน
รวมเป็นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ จำนวน 100 คน

อำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรแห่งชาติ
1. เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดนโยบายการส่งเสริม และการพัฒนาความเข้มแข็ง แก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การผลิต การแปรรูป การตลาด และการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม
2. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบาย และแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ระบบวนเกษตร ระบบเกษตรธรรมชาติ ระบบไร่นาสวนผสม ระบบเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรรมรูปแบบอื่น
3. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร การพัฒนาเกษตรกรรม รวมทั้งการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4. เสนอแผนแม่บทต่อคณะรัฐมนตรี
5. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านพันธุกรรมพืช และสัตว์ท้องถิ่น ผลผลิตทางเกษตรกรรม และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรกรรม
6. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางการประกันความเสี่ยงของราคา และผลผลิตทางเกษตรกรรม รวมทั้งการกำหนดสวัสดิการให้แก่เกษตรกร
7. เสริมสร้างความร่วมมือ และประสานงานกับภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
8. พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร
9. ให้ความเห็นต่อนโยบาย กฎหมาย หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อเกษตรกร
10. ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และตามที่สภาเกษตรกรจังหวัดเสนอ
11. แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาตามความจำเป็น
12. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบ

สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์กรตัวแทนของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช

สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้งตามความในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีสมาชิกจำนวน ๒๘ คน  มาจากองค์ประกอบ ๒ ส่วน ประกอบด้วย
๑) สมาชิกสภาเกษตรกรจำนวน ๒๓ คน เท่ากับจำนวนอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช
๒) สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๕ คน โดยการเลือกจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมจากด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านประมง และด้านเกษตรกรรมอื่นๆ  สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราชมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้  โดยที่พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องจัดให้มีการประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง

อำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรจังหวัด
1. พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรภายในจังหวัด
2. ประสานนโยบายและการดำเนินงานระหว่างองค์กรเกษตรกร เกษตรกร สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐ
3. ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และยุวเกษตรกร ในจังหวัด ในรูปแบบต่างๆ
4. เสนอแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อบูรณาการเป็นแผนแม่บทเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
5. สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรและ ยุวเกษตรกร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและยั่งยืน
6. เสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งราคาผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ไม่เป็นธรรมต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ
7. ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร
8. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อการดำเนินการใดๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัตินี้
9. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ในการดำเนินการของสภาเกษตรกรทั้ง 2 ระดับ กฎหมายกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดขึ้น มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ วางกฎหมายว่าด้วย การงบประมาณหรือกฎหมายอื่นๆ โดยมีเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติและหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง มีอำนาจดังนี้

อำนาจหน้าที่ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด 
1. รับผิดชอบงานธุรการ และทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภาเกษตรกรจังหวัด
2. รวบรวม ศึกษา วิจัย พัฒนา และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาเกษตรกรจังหวัด
3. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ได้ทราบถึงนโยบาย แผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัด และการดำเนินงานของสภาเกษตรกรจังหวัด
4. จัดให้มีระบบฐานข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลงานการวิจัยและองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ผลผลิต การแปรรูป ผลิตภัณฑ์เกษตรกรรม รวมทั้งการตลาดทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ
5. ประสานการดำเนินงานกับเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
6. จัดทำรายงานประจำปีของสภาเกษตรกรจังหวัด
7. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาเกษตรกรจังหวัดมอบหมาย