สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ร่วมกับ สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรี ฯ เทศบาลตำบลการะเกด วิจัยและพัฒนาพริกปลอดภัยสู่การส่งออก

2
1073

โครงการการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโซ่มูลค่าพริกปลอดภัย เพื่อการส่งออกของผู้ผลิต ลุ่มน้ำปากพนัง
โดยความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเทศบาลตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

S__10371106

 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.  ณ เทศบาลตำบลการะเกิด นายประทีป กลีบแก้ว ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช  นายณรงค์ คงมาก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพืช นายสุกิต อินรงค์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายเกรียงศักดิ์ แสงวิรุณทร นักวิชาการเกษตร  เข้าร่วมการประชุมรายงานผลการวิจัย โครงการการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนและโซ่มูลค่าพริกปลอดภัย เพื่อการส่งออกของผู้ผลิต ลุ่มน้ำปากพนัง  โดยความร่วมมือจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเทศบาลตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

16406880_1636302063339192_210476404205101712_nนายณรงค์ คงมาก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพืชและผู้วิจัย เปิดเผยว่า ” ก่อนหน้าที่โครงการวิจัยพริกฯ นี้จะเกิดขึ้น อ.วีระ ภาคอุทัย จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักวิจัยพริกคนสำคัญ ของ สกว. ท่านได้ลงพื้นที่ศึกษาสถานการณ์การผลิตพริกของภาคใต้และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2556-2558 อย่างน้อย 3-4 ครั้ง  ท่านได้เสนอแนะให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง รวมตัวกันให้เข้มแข็ง ปลูกพริกให้หลากหลายสายพันธุ์สนองความต้องการของหลายตลาด เริ่มพัฒนาเทคนิคการปลูกพริกแบบปลอดภัย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพื่อความปลอดภัยของตัวเกษตรกรเอง รวมทั้งผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ข้อเสนอเหล่านี้ได้รับการตอบสนองผ่านขบวนการสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและรับข้อเสนอจากเกษตรกรผู้ปลูกพริก ส่วนใหญ่เสนอให้แก้ปัญหาด้านราคาและตลาดพริก เป็นอันดับแรก และในฤดูกาลผลิตปี 2558  ( เริ่มในเดือนมกราคม 2558 ) ทางสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาพริกในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนังอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการให้ความรู้ด้านการผลิตพริกปลอดภัย การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตให้เหมาะสม ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงระยะการปลูก การปรับปรุงดิน การให้น้ำ  การใช้ไตรโคเดอมาป้องกันโรคพืช   การจดบันทึก การทาบัญชีฟาร์ม และที่สำคัญคือสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวของเกษตรกร โดยมีนายธวัตร์ สมัย ผู้แทนสภาเกษตรกรในเขตพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่และคณะ เป็นพลังสำคัญ จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง ขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ตามที่ได้กล่าวถึงแล้ว  และมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกได้รับใบมาตรฐาน GAP จานวน 94 ราย แสดงถึงความร่วมมือของเกษตรกรในการพัฒนา “ต้นน้า” ของห่วงโซ่เศรษฐกิจพริกแล้ว แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ก็ได้เริ่มต้นแล้ว ขณะที่ข้อต่อ “ช่วงกลางน้ำและปลายน้ำ” ด้านการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การคัดแยกเกรด การบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง การตรวจสอบย้อนกลับ การตลาดในและต่างประเทศ รวมถึงการแปรรูปพริก ยังต้องการการเติมเต็มความรู้จากภายนอกโครงการวิจัยพริกฯ นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อพัฒนาโซ่มูลค่าพริกพริกให้สมบูรณ์ ให้ถึงตลาดส่งออก “

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยฯ

  1. เพื่อศึกษาระบบตลาดและเส้นทางการตลาดพริกของจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในประเทศไทย ที่เชื่อมโยงกับการนำเข้าและส่งออกพริกสู่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์

  2. เพื่อศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์ ต้นทุนการผลิต การปลูกพริกปลอดโรค กระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวจานวน 80 แปลง และการบรรจุภัณฑ์ การจัดการศูนย์รวบรวมคัดแยก การขนส่ง การตรวจสอบย้อนกลับ การทดลองแปรรูป การตลาดให้ครบโซ่มูลค่าพริก เพื่อให้ได้พริกสดและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรองรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ

  3. เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ เตรียมความพร้อมด้านเงินทุน เครื่องมือ อุปกรณ์ บรรจุภัณฑ์ และศึกษาการบริหารจัดการด้านการส่งออกพริกสู่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ด้วยองค์กรวิสาหกิจชุมชนเอง โดยความร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้าในประเทศคู่ค้า ส่งออกให้ได้ในฤดูกาลถัดไป

เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานวิจัย ให้เป็นความรู้ เป็นฐานในการขยายผลสู่องค์กรเกษตรกรผู้ปลูกพริกและพืชผักอื่นๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ในด้านการพัฒนาที่ครบโซ่มูลค่าและการจัดการตลาดส่งออกพืชผักผลไม้ด้วยองค์กรเกษตรกรเองความตอนหนึ่งในผลงานการวิจัย

บทที่ 1 ”  40 ปี การปลูกพริกในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง : พลิกไปพลิกมา ”

“พื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ลุ่มน้าทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยอาเภอหัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ ชะอวด เป็นแหล่งปลูกพริกมายาวนาน กว่า 40 ปี โดยเฉพาะตาบลเกาะเพชร อาเภอหัวไทร เป็นแหล่งปลูกพริกขี้หนูผลใหญ่มาก่อนใครในจังหวัด ถึงกับมีการจัดงานวันพริกชูช่อ ในช่วงปี พ.ศ.2527 – 2530 ในยุคนายอเนก สิทธิประศาสน์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายสวาท เอียดตน เป็นแกนนาเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกพริกในตาบลเกาะเพชร โดยใช้เทคนิค “เกษตรยกร่อง” ในการปรับสภาพพื้นที่นาข้าว มาเป็นพื้นที่ปลูกผัก โดยมีโครงการชลประทานแบบยกร่องเพื่อการเกษตร ขององค์กรพัฒนาเอกชน ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นองค์กรส่งเสริมการทาเกษตรยกร่อง ในยุคนั้น ( พ.ศ. 2530 – 2532 ) จากนั้น การปลูกพริกขยายพื้นที่ไปยังตาบลแหลม ตาบลเขาพังไกร ตาบลควนชะลิก อาเภอหัวไทร และขยายไปยัง พื้นที่ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อาเภอระโนด กระแสสินธ์ โดยพริกสายพันธุ์ “แดงสวาท” จากตาบลเกาะเพชร เป็นพันธุ์พริกในกลุ่มพริกจินดา ที่นายสวาท เอียดตน ปลูก แพร่ขนายไปทั่วลุ่มน้าปากพนัง และใกล้เคียง โดยมีตลาดหัวอิฐ ในอาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

S__162594818
จากการศึกษาของ ณรงค์ คงมาก และคณะ ภายใต้โครงการชลประทานแบบยกร่องเพื่อการเกษตร ในปี 2530 – 2532 พบว่า นายสวาท เอียดตน เริ่มปลูกพริกขี้หนูผลใหญ่ อย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2521 หรือประมาณ 38 ปี มาแล้ว จากรายงานของโครงการ ระบุ ว่า “ พี่หวาดกลับมาปักหลักปักฐานที่บ้านเนินหนองหงส์ ตาบลเกาะเพชร และตัดสินใจปลูกพริกขี้หนูในพื้นที่กว่า 2 ไร่ ที่แม่ยกให้ …การปรับเปลี่ยนพื้นที่นาเป็นไร่พริก เนื่องจากเห็นว่ามีเกษตรกรหลายรายปลูกพริกขี้หนูไว้กินไว้ขาย ในบริเวณใกลๆบ้าน บางคนก็ยกร่องเตี้ยๆ ปลูกพริกขี้หนู ได้ผลดี จึงตัดสินใจขุดร่องปลูกพริก ด้วยแรงงานตนเอง เป็นรองขนาดกว้าง 3 เมตรบ้าง 4 เมตรบ้าง เพื่อปลูกพริกอย่างจริงจัง ซึ่งพี่หวาด หรือนายสวาท เอียดตน นับว่าเป็นคนแรก ที่มีการยกร่องปลูกพริกอย่างจริงจัง ทั้งๆที่ญาติ พี่น้องเพื่อนบ้านต่างตาหนิว่า มีที่นาอยู่นิดเดียว ยังกลับมาทาให้ผืนนาเสียสภาพไปหมด แล้วจะเอาพื้นที่ไหนมาทานา…ผลปรากฏว่า ในปี 2521 นั้น พี่หวาด ขายพริกได้ผลตอบแทนมากกว่าการทานาหลายเท่า หากเปรียบเทียบ ในที่นาปริมาณพื้นที่เท่าๆกัน จึงมีเกษตรกรอีกหลายรายยกร่องปลูกพริกตามพี่หวาด มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2527 ราคาพริกขี้หนู ขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 40 กว่าบาท พี่หวาดได้เงินจากการขายพริกมาสร้างบ้านได้ แต่พี่หวาดไม่ได้ปลูกพริกอย่างเดียว มีการปลูกพืชผัก ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว ผสมผสานบนคันร่องด้วย ”
ภาพประกอบ จากภาพ : พื้นที่ยากจนที่ต้องการพัฒนา ในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง ( พ.ศ. 2530 )
จากภาพที่ 3 ตาบลเกาะเพชร ( ลาดับที่ 19 ) เป็นตาบลที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเร่งพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ลาดับที่ 2 ( พ.ศ. 2530 ) ดังนั้น พริกขี้หนูผลใหญ่ จึงเป็นพืชเพื่อ “แก้จน” ที่นายสวาท เอียดตน และชาวลุ่มน้าปากพนัง ได้เลือกปลูกมาอย่างยาวนาน อย่างน้อยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2520 – 2559 หรือ ประมาณ 39 ปี ที่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน
อนาคต ของการปลูกพริกในลุ่มน้าปากพนัง จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากพบว่า ในรอบ 40 ปี ที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนพริกในหลายพื้นที่ ในลุ่มน้าปากพนัง ต้องประสบปัญหาราคาพริกตกต่า สลับกับพริกราคาดี ขาดการมีเสถียรภาพด้านราคา การผลิตพริกเขียวในลุ่มน้าปากพนัง ปัจจุบัน เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ มีตลาดหัวอิฐ เป็นตลาดกลางเช่นเดิม จากการสังเกตในภาพรวม กลุ่มพ่อค้าคนกลาง ค้าพริก มีฐานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ร่ำรวยขึ้นตลอดระยะ 40 ปี  ขณะที่เกษตรกรชาวสวนพริก มีฐานะปานกลางถึงยากจน ครอบครัวมีสภาวะหนี้สิน เช่นเดียวกับอาชีพเกษตรกรรมอื่นๆ  จึงเป็นความท้าทายของนักวิจัยและเกษตรกรชาวสวนพริก อย่างยิ่งว่า จะนำพริก พลิกไปสู่ด้านที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ได้อย่างไร ?

     สภาเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช โดยสำนักงานสภาเกษตร จ.นครศรีธรรมราช ผู้แทนสภาเกษตรกร อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร ได้เป็นแกนนำรวบรวม ประสานงานเกษตรกร ให้สมัครการทำพริกมาตรฐาน GAP ซึ่งมีจานวนทั้งหมด 94 ราย โดยได้รับการรับรองออกใบ GAP พริก ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ที่ได้รับใบมาตรฐาน GAP พริก รวมพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 553 ไร่ จากการติดตามข้อมูล พบว่า ผู้ที่ได้รับมาตรฐาน GAP จานวน 94 ราย นั้น ส่วนใหญ่ มาจาก ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จานวน 39 ราย มากที่สุด อันดับ 2 ได้แก่ ต.บ้านราม อ.หัวไทร อันดับ 3 ได้แก่ ต.บางนบ อ.เชียรใหญ่ 9 ราย อันดับ 4 ได้แก่ บ้านเนิน อ.เชียรใหญ่ 7 ราย และอันดับ 5 ได้แก่ ต.ไสหมาก ต.เชียรใหญ่ 6 ราย ที่เหลือ กระจายไปในพื้นที่ ต.บ้านกลาง ต.เสือหึง เป็นที่น่าสังเกตว่า พื้นที่เป้าหมายที่รับใบ GAP พริก คือเกษตรกรในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ มากที่สุด ทั้งๆ ที่ อ.เชียรใหญ่ เป็นอาเภอน้องใหม่ รองจากอ.หัวไทร และ อ.ปากพนัง ที่มีการปลูกพริกมานาน ประมาณ 40 ปี หากนับจากกรณีบ้านเนินหนองหงส์ ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร สะท้อนให้เห็นว่า “เกษตรกรชาวสวนพริก อาเภอเชียรใหญ่ น้องใหม่ในวงการ ให้ความตื่นตัวและสนใจในการทามาตรฐาน GAP พริก มากกว่าชาวสวนรุ่นพี่ ในพื้นที่อาเภอหัวไทรและปากพนัง ซึ่งมาจากมูลเหตุของการขับเคลื่อนของสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหลัก “
จากนั้น เพื่อการป้องกันการเกิดปัญหาราคาพริกใน ปี 2558 และให้เกิดการวางระบบการพัฒนาพริกปลอดภัย และเกิดการพัฒนาพริกไปสู่ความมั่นคง สภาเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช จึงเชิญ นักวิชาการ “มือหนึ่งด้านพริกของประเทศไทย” อ.วีระ ภาคอุทัย จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับเกษตรกร ภายใต้โครงการการพัฒนาผลผลิตพริกให้มีคุณภาพเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ณ ศาลาประชาคม ริมคลองปากพนัง ในตลาดอาเภอเชียรใหญ่ ในการฝึกอบรม อ.วีระ ภาคอุทัย ได้บรรยายเชิงวิชาการที่ชัดเจน ให้เห็น หลักการสาคัญในการแก้ปัญหาพริก คือ “ทาพริกคุณภาพปลอดภัยและพริกปลอดโรคให้ได้” โดยท่านแนะนาให้ฝึกทา การใช้เชื้อไตรโคเดอมา เพื่อมาควบคุมป้องกันโรคพืช จากรายชื่อผู้อบรมประมาณ 115 ราย นั้น จานวนผู้ได้รับ GAP พริก 94 ราย มาเข้าร่วมเกือบทั้งหมด มีประมาณ 20 คน ที่มาร่วมเพิ่มเติมจากผู้ที่ได้รับใบ GAP นับว่าเป็นการจัดฝึกอบรมที่ประสบความสาเร็จอย่างสูง

การก่อเกิดของกลุ่มผู้ผลิตพริกในลุ่มน้าปากพนัง : 3 วิสาหกิจชุมชนและ 1 กลุ่มเกษตรกร
1. วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ : จัดตั้ง 5
กุมภาพันธุ์ 2558 หลังจากผ่านอบรมการผลิตพริกคุณภาพฯ ( 30 ตุลาคม 2557 ) แล้ว สำนักงานสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะผู้แทนสภาเกษตรกรอำเภอเชียรใหญ่ ได้ประสานรวบรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริก จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง และได้รับการจดทะเบียน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ 2558 มีสมาชิกร่วมก่อตั้ง 81 คน และน่าสังเกตว่า สมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯนั้น มาจากเกษตรกรชาวสวนพริกที่ได้รับใบ GAP พริก จานวนประมาณ 45 คน ที่เหลือเป็นสมาชิกใหม่ ที่ไม่ได้รับใบ GAP พริก และชี้ให้เห็นว่า ในกิจกรรม 3 ครั้งสาคัญ ของสภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ การสนับสนุนให้จัดทา GAP จานวน 94 ราย การฝึกอบรม ให้ความรู้การผลิตพริกคุณภาพ จานวน 115 ราย และ การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง จานวนสมาชิกผู้ก่อตั้ง 81 ราย มีผู้ที่ได้รับใบ GAP พริกแล้ว 45 ราย ที่เหลือเป็นสมาชิกที่ไม่ได้รับใบ GAP พริกมาก่อน นับว่าเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกแห่งแรก ในอาเภอเชียรใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนของสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราชมาอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมที่โดดเด่น คือ เป็นกลุ่มหลักที่ผลักดันการส่งเสริมการพัฒนาพริกปลอดภัย ภายใต้มาตรฐาน GAP พริก โดยเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา GAP พริกมาอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้ประสานงานเพื่อขอเชื้อไตโคเดอมา จาก สานักงานเกษตรอาเภอเชียรใหญ่ จานวน 100 ชุด มาเผยแพร่ส่งเสริมให้สมาชิก ตามกรอบแนวทางของ อ.วีระ ภาคอุทัย และสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลุ่มหลักในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง ที่ดาเนินการสารวจข้อมูลพื้นที่การปลูกพริกในส่วนของสภาเกษตรกร เป็นองค์กรหลักในการประสานงานเชิงนโยบาย ให้กับผู้ปลูกพริกทั้งลุ่มน้าปากพนัง และประธานกลุ่มฯ เป็นคณะผู้ก่อตั้ง คณะทางานพริกและพืชผักเศรษฐกิจ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ด้วย
2. วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรุ่นใหม่บ้านวัดโบสถ์ ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง : จัดตั้ง 15
กรกฎาคม 2558 สมาชิกจานวน 15 คน เป็นการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ใน ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการเกษตรแบบไร้สารพิษ และฟื้นฟูวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ทรงคุณค่า ทั้งด้านข้าว พืชผัก ผลไม้ การแปรรูป เป็นกลุ่มที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงของประชาชนในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงาน กปร. ลุ่มน้าปากพนัง ( โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ) มีสมาชิกกลุ่ม 6 คน ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกับโครงการวิจัยฯ ด้านการผลิตพริกปลอดภัย โดยประยุกต์ใช้ความรู้และผลิตภัณฑ์กลุ่มสารชีวภัณฑ์ ปลอดสารพิษ ของร้านทรัพย์พัทลุงเกษตรอินทรีย์ อย่างจริงจัง จนเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตพริกปลอดสารพิษของพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง ( ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2559 ได้รับการสนับสนุนจาก สภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ธกส. ในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการส่งเสริมเกษตรชีวภาพ โดยการผลิตเชื้อเทพเบญจคุณ ) และกิจกรรมการแปรรูปพริก เป็นเครื่องแกง
3.วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรลุ่มน้าปากพนัง ต.บ้านเนิน อ.เชียรใหญ่ : จัดตั้งเมื่อ 2 มิถุนายน 2559 มีจานวนสมาชิก ร่วมก่อตั้ง 35 คน ( สมาชิก ส่วนหนึ่ง อยู่ในวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง 12 คน เป็นสมาชิกใหม่ในพื้นที่จานวน 23 คน ) ( เรียกว่าวิสาหกิจชุมชนฯบ้านเนิน ) เป็นกลุ่มใหม่ ที่จัดตั้ง เพื่อรองรับกิจการการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาของรัฐ ในระดับหมู่บ้าน ( การพัฒนาโรงเรือนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งต้องเป็นกลุ่มในพื้นที่ตาบลและหมู่บ้านเท่านั้น จึงจะได้รับการสนับสนุน) เป็นวิสาหกิจชุมชนฯ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโครงการวิจัยฯ เพื่อการปลูกพริกปลอดภัยสารพิษ การส่งออกพริก และพืชผัก ไปประเทศสิงคโปร์ ( บริษัท ฮูลีอิมแพ็ค จากัด ) และการแปรรูปเครื่องแกง
4. กลุ่มพริกเสือหึง – การะเกด : ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2558 เป็นกลุ่มผู้ปลูกพริกที่ตั้งขึ้น เพื่อรองรับการสนับสนุนจากโครงการของรัฐ เช่นเดียวกับวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรลุ่มน้าปากพนัง ( บ้านเนิน ) สมาชิกส่วนหนึ่ง เป็นสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนฯลุ่มน้าปากพนัง ( ต.ท้องลาเจียก ) ดาเนินกิจกรรมการส่งเสริมการปลูกพริกและพืชผักปลอดภัย ในพื้นที่ ต.เสือหึง อ.เชียรใหญ่ เป็นกลุ่มฯที่สานต่อการค้าขายกับ บริษัท STV เทรดดิ้ง จากัด ที่ทางหัวหน้าโครงการวิจัยฯ ประสานงานเริ่มต้นให้ไว้
จากการสังเกต กลุ่มนี้ มีความโดดเด่นด้านวิชาการ และแปลงสาธิตของแกนนากลุ่ม ที่มีความรอบรู้เรื่องการปลูกพริก และเป็นแกนนาสาคัญ ในการดาเนินกิจการค้าพริกกับ บริษัทผู้ส่งออกพริกไปมาเลซีย มาก่อน ในปี 2558 โดยเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์คัดแยกพริกศูนย์แรกของวิสาหกิจชุมชนฯณ ตาบลเสือหึง และเป็นกลุ่มฯที่ประธานวิสาหกิจชุมชนฯลุ่มน้าปากพนัง ( ต.ท้องลาเจียก ) และสภาเกษตรกร นครศรีธรรมราช ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

        จากการก่อเกิด การทำกิจกรรมที่ผ่านมา ของ 4 กลุ่ม จากการร่วมสังเกตและการมีส่วนร่วมของโครงการวิจัยฯ นั้น ทางสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขับเคลื่อนเรื่องพริกอย่างต่อเนื่อง มีเกษตรกรชาวสวนพริกได้เรียนรู้วิชาการด้านการปลูกพริก ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จานวนอย่างน้อย 94 ราย ( ผ่านการอบรม GAP ครั้ง และผ่านการอบรมปลูกพริก 1 ครั้ง ) แม้ว่าส่วนหนึ่งไม่ได้เข้าร่วมจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง ก็ตาม
ในช่วงแรกของการดาเนินงานตามแผนงานวิจัย สภาเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับหัวหน้าโครงการวิจัยฯ ได้ร่วมกันพัฒนาโจทย์วิจัยฯ ตั้งแต่ช่วงต้น โดยมีการจัดประชุม “ การพัฒนาโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาพริกครบวงจร” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ห้องประชุมเทศบาลตาบลการะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯลุ่มน้าปากพนัง ( ต.ท้องลาเจียก ) เข้าร่วมประมาณ 30 ราย เกิดเป็นร่างแนวทาง ข้อเสนอโครงการวิจัยฯ โดยในเบื้องต้น คณะผู้จัดการประชุม และ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ต้องการให้ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มาเป็นคณะผู้วิจัย

สภาเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช ได้ขยับ ขับเคลื่อนเรื่องพริกอีกครั้ง โดยของบประมาณสนับสนุนจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้แกนนาวิสาหกิจชุมชนฯลุ่มน้าปากพนังเดินทางไปดูงานตลาดและการจับคู่ธุรกิจเพื่อการค้าพริกกับผู้ค้าในประเทศมาเลเซีย แหล่งนาเข้าพริกเขียว ตลาดพริกเขียว ( พริกขี้หนูผลใหญ่ ) ที่สาคัญที่สุดของไทยมายาวนานไม่น้อยกว่า 30 ปี ในระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2558 ร่วมกับสภาเกษตรกร จังหวัดยะลา ( หัวหน้าสานักงานสภาเกษตรกร จ.ยะลา เดินทางไปฐานะล่าม ) และทางมาเลเซีย โดย บริษัท ฮูลูยัม จากัด ได้เดินทางเยี่ยมดูงานทางฝ่ายไทย และลงนาม MOU ความร่วมมือด้านการตลาด ระหว่างวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตพริกลุ่มน้ำปากพนัง กับ บริษัท ฮูลูยัม จากัด ในวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2558  ณ  ห้องประชุมหมู่บ้าน ต. เสือหึง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โครงการวิจัยฯ เริ่มดำเนินงาน ในเดือนกรกฏาคม 2558 โดยทางวิจัยฯ ได้สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้และการพัฒนาให้กับวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตพริกลุ่มน้าปากพนัง โดยตรง ผ่านสมาชิก กลุ่มย่อย ของวิสาหกิจชุมชนฯ รวมทั้งกลุ่มผู้ปลูกพริกอื่นๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ด้วย เพื่อดำเนินงานตามแผนงานวิจัยฯให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ภาพประกอบ2

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559  นายณรงค์ คงมาก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพืช (คนที่สองจากซ้าย)  สภาเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้เดินทางไปศึกษาและเจรจาการค้าร่วมกับ กก.สมาคมผู้นำเข้า-ส่งออกส่งผักผลไม้ Singapore  ณ ตลาดพาร์เซอร์ปันจัง  ประเทศสิงคโปร์

2 ความคิดเห็น

  1. ตอนนี้ดิฉันกำลังวางแผนส่งออกพริกแห้งไปจีนค่ะ อยากทราบเบอร์ติดต่อของผู้ดูแลวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตพริกลุ่มน้ำปากพนังค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้